Members | Sign In
หน้ารวมบอร์ด > เนื้อหาวิชา IS ทั้ังหมด (เอกบังคับ)
avatar

วิชา IS207 : การออกแบบและสร้างฐานข้อมูล

posted Jul 12, 2011 08:56:32 by Digital
IS207 : การออกแบบและสร้างฐานข้อมูล
"การศึกษา ทำคนให้เป็นคน"
page   1
6 replies
avatar
Digital said Jul 12, 2011 11:40:06
(ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 15 กค 54)

บทที่ 1 รายวิชานี้ศึกษาเกี่ยวกับ

• ศึกษาแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับฐานข้อมูล
• การออกแบบ
• การสร้างฐานข้อมูล
• การจัดการดรรชนี
• ระบบความปลอดภัยของแฟ้มข้อมูลเพื่อการให้บริการสารสนเทศ
=================================================================
ทดสอบย่อย
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 7
สัปดาห์ที่ 15

งาน
- จัดทำฐานข้อมูล 1 ฐาน (กลุ่มละ 2 คน)
=================================================================

ข้อมูลและการจัดการข้อมูล
ข้อมูล คือ ข้อเท็จจริงที่มีการรวบรวมไว้และมีความหมาย อาจเกี่ยวข้องกับคน สิ่งของหรือเหตุการณ์ อื่นๆ

ส่วนพื้นฐานสำหรับการประมวลผลของงานเพื่อให้ได้ สารสนเทศสำหรับช่วยตัดสินใจและนำเอาไปใช้ ประโยชน์อื่นๆ
ตามต้องการ


==================================================================


การแบ่งลำดับชั้นของการจัดการข้อมูล
(Hierarchy of Data)
• บิต(Bit-Binary Digit)
• ไบต์(Byte)
• ฟีลด์หรือเขตของข้อมูล(Field)
• เรคอร์ด(Record)
• ไฟล์หรือแฟ้มตารางข้อมูล(File)
• ฐานข้อมูล (Database)


บิต(Bit-Binary Digit)
• ลำดับชั้นของหน่วยข้อมูลที่เล็กที่สุด
• ข้อมูลที่จะทำงานร่วมกับคอมพิวเตอร์ได้ ต้องแปลงให้อยู่ในรูปของ เลขฐานสองเสียก่อน
• เมื่อแปลงแล้วจะได้ตัวเลขแทนสถานะเปิดและปิดของ สัญญาณไฟฟ้าที่เรียกว่าบิต คือ บิต 0 และบิต 1


ไบต์(Byte)
• เมื่อนำบิตมารวมกันหลายๆบิต จะได้หน่วยข้อมูลกลุ่มใหม่ที่เรียกว่า ไบต์(byte)
• จำนวนของบิตที่ได้ในแต่ละกลุ่มอาจมีมากบ้างหรือน้อยตามแต่ชนิดของรหัสที่ใช้เก็บ
• สำหรับรหัสแอสกี1 ตัวอักษรหรือ 1 ไบต์= 8 บิต


ฟีลด์หรือเขตของข้อมูล (Field)
• ประกอบด้วยกลุ่มของตัวอักษรหรือไบต์ตั้งแต่ 1 ตัวขึ้นไปมา ประกอบกันเป็นหน่วยข้อมูลที่ใหญ่ขึ้นเพื่อแสดงลักษณะหรือ
ความหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง
• ยกตัวอย่างเขตข้อมูลเกี่ยวกับพนักงาน เช่น รหัสพนักงาน ชื่อ นามสกุล เงินเดือน ตำแหน่ง เป็นต้น


เรคอร์ด(Record)
• กลุ่มของเขตข้อมูลหรือฟีลด์ที่มีความสัมพันธ์กัน และนำมาจัดเก็บรวมกันเป็นหน่วยใหม่ที่ใหญ่ขึ้นเพียงหน่วยเดียว
• ข้อมูลที่จัดเก็บอาจมีหลายเรคอร์ดได้


ระเบียน/เรคอร์ด(Records)


ไฟล์หรือแฟ้มตารางข้อมูล(File)
• เป็นการนำเอาข้อมูลทั้งหมดหลายๆ เรคอร์ดที่ต้องการจัดเก็บมาเรียงอยู่ในรูปแบบของแฟ้มตารางข้อมูลเดียวกัน เช่น
แฟ้มตารางข้อมูลเกี่ยวกับคะแนนนักศึกษาวิชาระบบฐานข้อมูล อาจประกอบด้วย เรคอร์ดของนักศึกษาหลายๆคนที่เก็บ
ข้อมูลเกี่ยวกับ รหัสนักศึกษา ชื่อ นามสกุล และคะแนนที่ได้ เป็นต้น


ระบบแฟ้มข้อมูล(File System)



แฟ้มตารางข้อมูลคะแนนนักศึกษาวิชาระบบการจัดการฐานข้อมูล



ฐานข้อมูล(Database)
• การรวมเอาแฟ้มตารางข้อมูลหลายๆแฟ้มที่มีความสัมพันธ์ กันมาเก็บรวมไว้ที่เดียว
• มีการเก็บคำอธิบายโครงสร้างฐานข้อมูลหรือเรียกว่า พจนานุกรมข้อมูล (data dictionary) ไว้เพื่อช่วยในการ
ประมวลผล


ระบบฐานข้อมูล (Database Systems)



ตัวอย่าง



โครงสร้างของฐานข้อมูล


ตัวอย่างฐานข้อมูล
• ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์
• ฐานข้อมูลทะเบียนนักศึกษา
• ฐานข้อมูลบุคลากร
• ฐานข้อมูลสินค้าคงคลัง
• ฐานข้อมูลหนังสือ
ฯลฯ

การจัดโครงสร้างของแฟ้มข้อมูล(File Organization)

โครงสร้างของแฟ้มข้อมูล
• วิธีการกำหนดโครงสร้างเพื่อจัดเก็บข้อมูลไว้ในแฟ้มบนสื่อบันทึกข้อมูลสำรอง(secondary storage)
• เพื่อให้การจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลมีความรวดเร็ว ถูกต้อง และเหมาะสมกับความต้องการ

อาจแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะคือ
• โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ (Sequential File Structure)
• โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม(Direct/Random File Structure)
• โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบลำดับเชิงดรรชนี(Index Sequential File Structure)

โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ (Sequential File Structure)
• โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลชนิดพื้นฐานที่สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด
• จัดเก็บข้อมูลแบบเรียงลำดับเรคอร์ดต่อเนื่องกันไป
• การอ่านหรือค้นคืนข้อมูลจะข้ามลำดับไปอ่านโดยตรงไม่ได้
• เหมาะสมกับงานที่มีการอ่านข้อมูลต่อเนื่องกันไปตามลำดับและในปริมาณมาก
• จัดเก็บอยู่ในอุปกรณ์ประเภทเทปแม่เหล็ก (magnetic tape)

โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบเรียงลำดับ(Sequential File Structure)



โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบสุ่ม (Direct/Random File Structure)
• โครงสร้างแฟ้มข้อมูลที่เข้าถึงได้โดยตรง
• สามารถเลือกหรืออ่านค่าได้โดยไม่จำเป็นต้องผ่านเรคอร์ดแรกๆ
• การเข้าถึงข้อมูลทำได้เร็ว
• จัดเก็บในสื่อที่มีการเข้าถึงได้โดยตรงประเภทจานแม่เหล็ก เช่น ดิสเก็ตต์, ฮาร์ดดิสก์หรือ CD-ROM

อาจแบ่งตามลักษณะการทำงานออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
- แบบแฮชไฟล์ (Hash File)
- แบบดรรชนี (Indexed File)

แบบแฮชไฟล์ (Hash File)
อาศัยอัลกอริทึมที่เรียกว่า แฮชชิ่ง (hashing) ในการคำนวณหาค่าคีย์ฟีลด์
ถ้าข้อมูลมาก การแปลงค่าตำแหน่งอาจเกิดการชนกัน (collision) ได้



แบบดรรชนี (Indexed File)
ใช้แฟ้มดรรชนี (index) ทำการค้นหาหรือเข้าถึงข้อมูลโดยตรง
แฟ้มดรรชนีประกอบด้วยคีย์ 2 ตัวคือ คีย์ของข้อมูลและคีย์ของตำแหน่งที่เก็บข้อมูล
คล้ายกับแผนผังบอกตำแหน่งงานนิทรรศการ



โครงสร้างของแฟ้มข้อมูลแบบลำดับเชิงดรรชนี(Index Sequential File Structure)
• อาศัยกระบวนการ ISAM (index sequential access method)
• รวมเอาความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลแบบสุ่มและแบบเรียงตามลำดับเข้าไว้ด้วยกัน
• ข้อมูลถูกเก็บเรียงกันตามลำดับไว้บนสื่อแบบสุ่ม และเข้าถึงข้อมูลผ่านแฟ้มข้อมูลลำดับเชิงดรรชนี (indexed sequential file)
• ทำงานได้ยืดหยุ่นกว่าวิธีอื่นโดยเฉพาะกรณีที่มีข้อมูลมากๆ



เปรียบเทียบโครงสร้างแฟ้มข้อมูลแต่ละประเภท



ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบ
แบบเรียงลำดับ (sequential file)



แบบสุ่ม (random file)



แบบลำดับเชิงดรรชนี (indexed sequential file)
[Last edited Jul 15, 2011 12:32:06]
"การศึกษา ทำคนให้เป็นคน"
avatar
Digital said Jul 15, 2011 12:26:55
ประเภทของแฟ้มข้อมูล (File type)
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ
• แฟ้มหลัก (Master file)
• แฟ้มรายการเปลี่ยนแปลง (Transaction file)


แฟ้มหลัก (Master file)
• แฟ้มข้อมูลที่มีความถี่ของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลไม่บ่อยมากนัก
• อาศัยข้อมูลจากแฟ้มข้อมูลรายการเปลี่ยนแปลงเข้ามาทำให้มีความทันสมัย (up to date) ได้
•ตัวอย่างของแฟ้มหลัก เช่น แฟ้มหลักลูกค้าธนาคารซึ่งจะเก็บข้อมูลของลูกค้า เช่น ชื่อ ที่อยู่ หมายเลขบัญชี ยอดเงินคงเหลือในบัญชี เป็นต้น


แฟ้มรายการเปลี่ยนแปลง (Transaction file)
• แฟ้มข้อมูลที่มีการเปลี่ยนหรือแก้ไขของรายการข้อมูลภายใน ค่อนข้างบ่อยและทำแบบประจำต่อเนื่องหรือเกิดขึ้นทุกวัน
• มักจะนำไปใช้สำหรับการปรับปรุงแฟ้มหลัก
• ตัวอย่างเช่น แฟ้มรายการเปลี่ยนแปลงเวลาเข้า-ออกงานของพนักงาน (transaction file) ซึ่งจะมีรายการบันทึกหรือลงเวลาเกิดขึ้นอยู่เป็นประจำทุกวัน


การปรับปรุงรายการของแฟ้มข้อมูลที่เกี่ยวข้อง



แฟ้มข้อมูลกับระบบฐานข้อมูล(File Processing Versus Database Systems)
• การประมวลผลแบบแฟ้มข้อมูล (File Processing)
• ต่างแผนกต่างแยกจัดเก็บ
• ข้อมูลเกิดการซ้ำซ้อน (data redundancy )



ระบบฐานข้อมูล (Database Systems)
• แก้ปัญหาความซ้ำซ้อนกันของข้อมูลจากเหตุผลข้างต้น
• จัดเก็บรวบรวมแฟ้มข้อมูลที่สัมพันธ์กันมาจัดเรียงรวมกัน เสียใหม่อย่างเป็นระเบียบ
• สะดวกต่อการค้นหาและเรียก ใช้ข้อมูลร่วมกัน



แนวคิดของการใช้ฐานข้อมูล
• ลดความซ้ำซ้อนกันของข้อมูล (Reduced data redundancy)
• ลดความขัดแย้งของข้อมูล (Reduced data inconsistency)
• การรักษาความคงสภาพของข้อมูล (Improved data integrity)
• ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Shared data)
• ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูล (Easier access)
• ลดระยะเวลาการพัฒนาระบบงาน (Reduced development time)


ลดความซ้ำซ้อนกันของข้อมูล (Reduced data redundancy)
• หน่วยงานที่จัดเก็บข้อมูลแยกกันหลายที่ อาจมีข้อมูลบางส่วนที่ซ้ำซ้อนกัน (data redundancy)
• เช่น ฝ่ายการเงินกับฝ่ายการขาย ต่างเก็บข้อมูลลูกค้าไว้ที่ฝ่ายของตนเอง เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ของลูกค้าต้องตามไปแก้ไข แฟ้ม ที่เก็บข้อมูลของทั้งสองฝ่าย
• ฐานข้อมูล ช่วยลดความซ้ำซ้อนกันของข้อมูลได้เพราะจะถูกจัดเก็บไว้ในที่เดียวกัน จึงง่ายต่อการแก้ไขด้วย


ลดความขัดแย้งของข้อมูล (Reduced data inconsistency)
• ข้อมูลที่เป็นชุดเดียวกันแต่มีค่าต่างกัน ถือว่าเป็น ความขัดแย้งกันของข้อมูล
• เช่น ปัญหาเรื่องที่อยู่ลูกค้า หากแก้ไขแค่ฝ่ายขาย แต่ฝ่ายการเงินไม่ได้ทำตาม ข้อมูลที่อยู่ลูกค้าจึงขัดแย้งกัน
• การใช้ฐานข้อมูลนั้น เมื่อมีการแก้ไขในที่หนึ่ง ข้อมูลอีกที่หนึ่ง จะถูกเปลี่ยนไปด้วย


การรักษาความคงสภาพของข้อมูล (Improved data integrity)
• ความคงสภาพของข้อมูล (data integrity) คือ ความถูกต้อง ความสอดคล้อง ความสมเหตุสมผลของข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล
• เราสามารถกำหนดชนิดหรือความยาวของข้อมูลในฐานข้อมูลได้ ถ้าผิดแปลกออกไปจะไม่สามารถป้อนเข้ามาได้ ข้อมูลจึงมีความถูกต้องตามโครงสร้างอยู่เสมอ


ใช้ข้อมูลร่วมกันได้ (Shared data)
• แต่ละฝ่ายในองค์กรสามารถที่จะเรียกใช้ข้อมูลระหว่างกันได้
• เช่น ฝ่ายการเงินต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูลลูกค้า สามารถดึงมาจากระบบฐานข้อมูลที่เดียวกันได้
• ฝ่ายบริหารต้องการข้อมูลเกี่ยวกับแฟ้มข้อมูลพนักงานเพื่อดูประวัติการทำงานก็สามารถเรียกใช้ร่วมกันได้ เป็นต้น


ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูล (Easier access)
• ฐานข้อมูลช่วยให้การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น เพราะมีกลไกในการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นแบบเดียวกัน
• เช่น คำสั่งเรียกค้นข้อมูลภาษา SQL (Structure Query Language) ในระบบการจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์หรือ RDBMS


ลดระยะเวลาการพัฒนาระบบงาน (Reduced development time)
• นักพัฒนาระบบทำงานได้เร็วขึ้น เพราะฐานข้อมูลช่วยลดปัญหาด้านความซ้ำซ้อน ความขัดแย้งและความคงสภาพของข้อมูลได้
• ช่วงเวลาการบำรุงรักษาโปรแกรม (program maintenance) ลดลง


เครื่องมือสำหรับจัดการฐานข้อมูล (DBMS)


ลักษณะของ DBMS
• ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบถึงโครงสร้างทางกายภาพของข้อมูลในระดับที่ลึกมาก
• สามารถกำหนดโครงสร้างและดูแลรักษาฐานข้อมูลได้
• ควบคุมการเข้าถึงของข้อมูลตามระดับการใช้งานที่ต้องการ
• อาศัยส่วนของภาษาที่จัดการกับข้อมูลโดยเฉพาะเรียกว่า ภาษาคิวรี่ (query language)

****************************** จบบทที่ 1 ************************************************
[Last edited Jul 16, 2011 08:19:58]
"การศึกษา ทำคนให้เป็นคน"
avatar
PumpuiJa said Dec 18, 2011 04:19:01
อยากได้แนวข้อสอบค่ะ จะสอบซ่อมเทอม1/54 มีหรือเปล่าค่ะ
:

ตอบให้แล้วครับ : ตามนี้นะ (เขียนเมื่อ : Sun 18/12/54)
http://information-studies-ram.weebly.com/forums.html#/20110713/is207-3-719440/

:

ส่วนวิชา IS331 ที่ถามเข้ามานั้น ขอโทษด้วยครับผมเปลี่ยนวิชาลง "โชคดีนะครับ"
[Last edited Dec 18, 2011 05:36:37]
avatar
LoveLuckyAndWinnie said Sep 12, 2012 08:16:59

วิชานี้มีทดสอบย่อยด้วยหรือค่ะ หากไม่ได้ไปเรียนต้องทำอย่างไร
นอกจากนี้ยังมีลง วิชา IS204, IS205, IS200 มีแต่หินทั้งนั้น
หาข้อมูลคนที่เรียนสาขานี้ยากมาก วันนี้ลอง Search วิชาIS204
โชคดีมากที่เจอเวปนี้

มีชีิทของอาจารย์ ภาค 1/55 ศึกษาด้วยตัวเองไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่
เวลาสอบต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ่ที่แบ่งปันความรู้ค่ะ

avatar
PhotYoung-Blood said Sep 12, 2012 08:26:39
..เว็บนี่ไม่ได้อัพเดทแล้วครับ ขอบคุณเพื่อนๆ ที่ติดตาม และขอโทษด้วยที่ไม่ได้ทำต่อแล้ว
เว็บต้นฉบับจริงๆ ผมได้ลบและยกเลิก account ไปแล้วนะ ผมยังงงเหมือนกันว่าเว็บนี้ไปดึงข้อมูลพวกนี้มากจากไหน
:

add เฟสมาได้ครับสำหรับเพื่อนๆ ที่สงสัยในวิชารหัส IS ทุกตัว ยินดีให้คำปรึกษา(หากทราบ)
หรือจะ message ก็ได้เลยแล้วแต่สะดวกครับ (สุพจน์)
>>> http://www.facebook.com/digi.wawa

avatar
LoveLuckyAndWinnie said Jan 06, 2013 16:17:16
รบกวนอีกครั้งค่ะ คื่อว่าเข้าไป add ในเฟสที่แจ้งมาให้ไม่ได้ จะสอบถามว่าคุณสุพจน์ยังมี Slide วิชา IS207 หรือเปล่าค่ะ
คือว่าโหลด http://www.mediafire.com/?povbc1p4d1up98y ไม่ได้

ขอบคุณมากๆ ค่ะ
Login below to reply: